ติดต่อ-สอบถาม 093-969-1463

ชุดตรวจhiv เชื่อถือได้ไหม ปัจจุบันนี้การตรวจหาเชื้อเอชไอวีนิยมแบบใด

ชุดตรวจhiv เชื่อถือได้ไหม

 

ชุดตรวจhiv เชื่อถือได้ไหม ปัจจุบันนี้ การตรวจหาเชื้อเอชไอวี นิยมแบบใด การตรวจหาเชื้อเอชไอวี เป็นเรื่องที่เรา ควรให้ความสำคัญ เป็นอย่างมาก เพราะโรคเอชไอวี นับเป็น โรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ ชนิดหนึ่ง ที่มีความร้ายแรง เป็นอย่างมาก ซึ่ง เอชไอวีเกิดขึ้น จากภูมิคุ้มกันบกพร่อง

หากได้รับ เชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว เชื้อจะเข้าไปทำลาย ระบบภูมิคุ้มกัน ร่างกาย ให้อ่อนแอลง จนส่งผลให้ร่างกาย ของผู้ป่วยนั้น ไม่สามารถต่อต้าน ต่อเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ เนื่องจาก ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

 

และท้ายที่สุด ส่งผลให้ผู้ป่วย สามารถเกิด โรคแทรกซ้อนได้ อาทิเช่น วัณโรค โรคมะเร็ง หรือโรคเกี่ยวกับ ระบบประสาท อย่างไรก็ตาม เชื้อเอชไอวี สามารถพัฒนาเข้าสู่ระยะ เอดส์ ได้ หากไม่ได้ รับการรักษา และรับยาต้าน ดังนั้น หากรู้ตัวว่าตนเอง มีความเสี่ยง ต่อการติดเชื้อเอชไอวี ควรเข้ารับ การตรวจหาเชื้อ โดยเร็ว เพื่อควบคุม เชื้อเอชไอวี ไม่ให้พัฒนา ไปสู่ระยะเอดส์

 

นอกจากนี้ ปัจจุบัน ยังไม่มี วิธีการไหนที่ สามารถรักษาโรคเอดส์ ให้หายได้ มีเพียงยาที่ช่วยในการชะลอ การพัฒนาโรค และลด อัตราการเสียชีวิตลง ด้วยโรคเอดส์ เพื่อให้ ผู้ป่วยสามารถ มีชีวิตอยู่ได้เหมือนกับ คนปกติทั่วไป

 

ชุดตรวจเอชไอวี เชื่อถือได้ไหม ปัจจุบันนี้ การตรวจหาเชื้อเอชไอวี สามารถทำได้ หลายวิธี แต่ที่นิยมใช้กันนั้น ก็คือ ชุดตรวจ HIV ที่ตรวจหา แอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี ซึ่งร่างกาย ของเราจะสร้างขึ้นมา จำเพาะเจาะจง ต่อเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ หากติดเชื้อเอชไอวี ร่างกายก็จะมี แอนติบอดีต่อเชื้อ ดังนั้น หากตรวจพบ สารแอนติบอดี ในร่างกายก็ สามารถบ่งบอกได้ว่า ร่างกายมีการติดเชื้อ มาก่อนแล้ว

 

ชุดตรวจหาเชื้อเอชไอวีในสมัยนี้ จะเชื่อถือได้ หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่ กับระยะเวลาในการตรวจ เพราะร่างกาย ของแต่ละคน ก็มีภูมิคุ้มกัน ที่แตกต่างกันออกไป หากตรวจไวแล้ว ผลออกมาเป็นลบ ก็ไม่ได้การันตี ได้เลยว่า ไม่มีการติดเชื้อ

ฉะนั้น ทางที่ดีควรเลือก ระยะเวลาเสี่ยง ที่เหมาะสมกับ ชุดตรวจแล้วจึงตรวจ หรือ หากเป็นผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนอบ่อย ๆ ก็ควรเข้ารับ การตรวจซ้ำทุก ๆ 3 เดือน เพื่อความมั่นใจ

 

อย่างไรก็ตาม ชุดตรวจHIV เชื่อถือได้ไหม นอกจาก จะต้องรอระยะเวลา หลังเสี่ยงมาแล้วนั้น หากใช้ ชุดตรวจเอชไอวี เป็นน้ำยา (gen3) ควรตรวจหลังจาก ที่ได้รับความเสี่ยงมาแล้ว มากกว่า 21-30 วัน ผลตรวจที่ ออกมาจึงจะมี ความแม่นยำมากกว่า 99% แต่หากใช้ ชุดตรวจเอชไอวี เป็นน้ำยา (gen4) ควรตรวจหลังเสี่ยง มาแล้วมากกว่า 14 วัน และพบว่า แถบควบคุมขึ้นเพียงขีดเดียว ก็แสดงว่าไม่พบ การติดเชื้อเอชไอวี หากไม่มั่นใจ สามารถตรวจย้ำอีกครั้ง ที่ระยะเวลาเสี่ยงนานขึ้นได้

 

อย่างไรก็ตาม การตรวจเอชไอวีในปัจจุบัน สามารถตรวจได้ด้วยตนเอง ด้วยชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ชนิด Rapid Test ซึ่งสามารถเชื่อถือได้ ดังนั้น หากรู้ตัวว่าตนเอง มีความเสี่ยง ต่อการติดเชื้อเอชไอวี การเข้ารับการตรวจ อาจเป็นวิธีที่จะสามารถ ทำให้เรารู้ทราบถึงสถานะ ร่างกายของตนเองได้ เพราะหากตรวจพบเชื้อเร็ว ก็มีโอกาสในการป้องกัน และรักษาเชื้อเอชไอวี ไม่ให้พัฒนาไปสู่ระยะเอดส์ได้

 

ฉะนั้น หากใครที่ไม่อยากเดินทางไปตรวจตามโรงพยาบาล ปัจจุบันก็ได้มี ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ที่มีความปลอดภัย แม่นยำ และได้มาตรฐาน สามารถทำการตรวจได้เองที่บ้าน รู้ผลตรวจได้ภายใน 15-20 นาที เพื่อเป็นทางออก ให้แก่ผู้ที่ต้องการ ความเป็นส่วนตัว ในการตรวจ ทั้งยังสะดวกในการตรวจอีกด้วย นอกจากนี้แล้ว ไม่ว่าผลตรวจจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ให้เข้ารับการตรวจอีกครั้ง เพื่อยืนยันผลตรวจที่แน่ชัด

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook