ติดต่อ-สอบถาม 093-969-1463

ตรวจเลือดหลังเสี่ยง 3 เดือน มั่นใจได้หรือยัง?

ตรวจเลือดหลังเสี่ยง 3 เดือน

ตรวจเลือดหลังเสี่ยง 3 เดือน ปลอดภัยแล้วหรือยัง? เราควรตรวจเอชไอวี ที่ระยะเท่าใดกันแน่ ถึงจะมั่นใจว่าปลอดภัย ตรวจที่ 21 วัน ตรวจที่ 30 วัน ตรวจที่ 42 วัน หรือตรวจที่ 6 เดือน ตรวจที่กี่วันดี วันนี้เราจะนำประเด็นขึ้นมาเล่าสู่กันฟัง

การตรวจเอชไอวีแบบตรวจคัดกรอง

จริงๆ แล้ว ในปัจจุบันนี้เราสามารถ ตรวจเอชไอวี ได้เร็วสุด คือ หลังจากมีพฤติกรรม เสี่ยงประมาณ 5-7 วัน ตรวจด้วยเทคนิควิธี NAT หรือ NAAT (Nucleic acid amplification testing) ซึ่งการตรวจ ในระยะเวลาเสี่ยง 1 สัปดาห์ สารพันธุกรรมของ เชื้อไวรัสพวก RNA และ DNA ก็จะแบ่งตัว พัฒนาเพิ่มจำนวนขึ้น จนมีปริมาณมากพอ ที่จะตรวจด้วยเทคนิคนี้ได้ แต่ราคาการตรวจแบบนี้ จะค่อนข้างมีราคาสูง และตรวจได้ที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่

ตรวจที่เวลาอย่างน้อยประมาณ 14-15 วันขึ้นไป หลังได้รับความเสี่ยง โดยจะตรวจด้วยวิธี ตรวจหาโปรตีนของเชื้อ p24 Antigen testing แต่วิธีนี้ มีความอ่อนไหวมาก จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมในปัจจุบัน อีกหนึ่งวิธี ที่พึ่งพัฒนาขึ้นมา คือ การตรวจหา p24 antigen testing และ ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่มีต่อเชื้อไวรัส (Antibody) ในชุดตรวจเดียวกัน แต่ข้อแนะนำ คือ หากตรวจแล้วผลออกมาเป็นบวก โดยผลการตรวจพบเพียง Antigen จะต้องตรวจติดตาม Antibody อีกครั้งหลังจากเสี่ยงมา 21 วัน เพื่อให้พบทั้ง Antigen และ Antibody ของเชื้อเอชไอวี

ตรวจที่เวลาอย่างน้อยประมาณ 21 วันขึ้นไปหลังได้รับความเสี่ยง ด้วยวิธี การตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่สร้างขึ้นมากำจัดไวรัส คือ การตรวจหาแอนติบอดี (Antibody) ซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน

แนะนำการตรวจเอชไอวีฉบับสายคิดมาก สายเซฟสุด

สำหรับผู้ที่ผลเลือดเป็นลบ (negative หรือ Non-Reactive)
• ตรวจครั้งแรก: พิจารณา ระยะเวลาเสี่ยงที่ได้รับ หากกังวลใจมาก แนะนำตรวจ NAT ซึ่งมีความแม่นยำมาก ตรวจได้ที่ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ราคาค่อนข้างสูง

แนะนำว่ารอให้เกิน 21 วัน หรือ 1 เดือน จะเหมาะสม เพราะหากคุณตรวจแบบ p24 antigen testing และ Antibody ในชุดตรวจเดียวกันเลย ก็จำเป็นจะต้อง ตรวจอีกครั้ง เพื่อติดตามผลแอนติบอดี ที่ระยะเวลา 21 วัน หรือ 1 เดือน

อีกทั้งการตรวจที่ 21 วัน หรือ 1 เดือน จะแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากปริมาณ Antigen มีมากขึ้น และร่างกายสร้างแอนติบอดีแล้ว ผลที่ได้ก็จะมีความแม่นยำมาก

• ตรวจซ้ำเพื่อเช็ค: สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ
– หากตรวจครั้งแรกแบบ NAT หรือ แบบ p24 antigen testing และ Antibody ในชุดตรวจเดียวกัน แนะนำให้ตรวจอีกครั้งที่เกิน 21 วัน หรือ 1 เดือน และอาจจะต้องตรวจอีกครั้ง ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน

– หากตรวจครั้งแรกแบบ ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่มีต่อเชื้อไวรัส (Antibody) แนะนำให้ตรวจอีกครั้ง หลังจากเสี่ยงเกิน 1 เดือน ไปแล้ว โดยอาจะตรวจ เมื่อไหร่ก็ได้ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน

• ตรวจซ้ำเพื่อความสบายใจ: ตรวจเลือดหลังเสี่ยง 3 เดือน ในตอนนี้ก็สามารถสบายใจได้แล้ว เนื่องจากการตรวจครั้งนี้สามารถมั่นใจได้เกือบ 100% เพราะหากติดเชื้อเอชไอวีจริงในระยะเท่านี้จะต้องตรวจพบแอนติบอดี

โดยปกติทั่วไป ผู้ที่ได้รับความเสี่ยง บางรายอาจจะเลือก ตรวจเพียง 2 ครั้ง คือ ที่ 30 วัน และตรวจเช็คอีกครั้งที่ 3 เดือนหลังเสี่ยง เพียงเท่านี้ก็สามารถสบายใจได้ และเป็นการประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย

ทั้งนี้ หลังจากตรวจเช็คที่ 3 เดือนหลังเสี่ยงแล้ว ยังพบว่ามีหลายๆ ท่าน ที่ยังคงตรวจเช็คโรคนี้อยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะช่วยให้ตนเองทราบผล และเป็นความสบายใจส่วนบุคคล แต่โดยทั่วไป หากตรวจหลังเสี่ยง 3 เดือน แล้วไม่พบเชื้อ คุณหมอจะให้ปิดเคสได้แล้วค่ะ

นายแพทย์วชิรวิทย์ จาก honestdocs ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง โรคเอดส์มีระยะ และการดำเนินโรคไว้ดังนี้

• ระยะที่หนึ่ง – acute retroviral syndrome: หลังจากได้รับความเสี่ยง ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ผู้ป่วยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จะมีอาการไม่สบายคล้ายๆ จะเป็นไข้หวัดใหญ่ และอาการจะดีขึ้น ในเวลาไม่นาน

• ระยะที่สอง – Asymptomatic: เป็นช่วงที่ผู้ป่วยไม่มีอาการ ราวกับเป็นคนสุขภาพปกติ ซึ่งระยะนี้ทำให้ผู้ป่วย ไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ จึงอาจแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่น โดยไม่รู้ตัว

• ระยะที่สาม – ระยะโรคเอดส์: เป็นระยะ ที่เม็ดเลือดขาว ของร่างกาย ถูกทำลายจน เหลือในปริมาณน้อย ทำให้ร่างกาย ติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุด คือ การตัดสินใจตรวจ เมื่อพบว่าตนเองได้รับความเสี่ยง หรือคาดคิดว่าน่าจะได้รับความเสี่ยง โดยอีกทางเลือกหนึ่ง นอกจากไปตรวจที่โรงพยาบาล คือ การตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง โดยชุดตรวจคัดกรองเอชไอวี เลือกซื้อที่ผ่านมาตรฐานอย.ไทย ถึงจะปลอดภัย และเชื่อถือได้

อย่าลืม ที่จะดูแลตนเอง และคู่นอนเสมอ ด้วยการสวมใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ที่จะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อความปลอดภัย ของตัวท่านเอง เอชไอวีไม่ใช่โรค ที่จะติดต่อกันได้ง่ายๆ แต่หากติดแล้ว ก็จะต้องอยู่กับเชื้อไปตลอด

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook